คู่มือมื้อหลักฉบับหนุ่มสาวออฟฟิต – infographic.in.th

1433307501_info-มื้อหลัก-01.jpg

info มื้อหลัก-01

             จุดเริ่มต้นของชีวิต คือการ  “กิน” คำสั้นๆ แต่ช่างเป็นคำที่มีความหมายยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานยิ่งกลับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศอย่างเราๆด้วยแล้ว จำเป็นต้องใช้พลังงานอย่างล้มหลามเพื่อต่อสู้กับกองทัพงาน และไม่ว่าคุณจะทำงานหนักแค่ไหน ต้องไม่ลืมที่จะหาอะไรกิน เพื่อเพิ่มพลังงานให้ตัวเอง

ร่างกายที่สมบูรณ์ เจริญเติบโต สามารถทำกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีสูตรคำนวนจำนวนพลังงานที่ร่างกายเราต้องการปกติแล้วในแต่ละวันจะอยู่ที่ 2200 แคลอรีต่อวัน ด้วยสูตรต่อไปนี้

ชาย = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัว) + (5 x ส่วนสูง) – (6.8 x อายุ)

หญิง = 66.5 + (9.6 x น้ำหนักตัว) + (1.8 x ส่วนสูง) – (4.7 x อายุ)

ตัวอย่างเช่น เบ้บบี๋อาร์นี่วัยขบเผาะ พอเหมาะ 23ปีดีดัก สาวสวยประจำออฟฟิศไลค์มีเอเชีย เธอสูง 150 ซม. น้ำหนัก 55 กก. พลังงานที่เธอต้องการต่อวันคือ66.5 + (9.6 x 55) + (1.8 x 150) – (4.7 x 23) = 1039.1 แคลอรี่

 

             อาหารทั้ง3 มื้อ ถือว่าจำเป็นจะต้องรับประทานในทุกวัน โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะสมองต้องการเลือดและออกซิเจนเป็นอาหารบำรุง ถ้าไม่กินมื้อเช้า ไม่มีเลือดมารับออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมในอนาคต ส่วนมื้อกลางวัน สะสมอาหารไปใช่ในช่วงบ่าย ต้องการพลังงานสูง และการกินมื้อเย็นมากกว่า4 ทัพพี กินปลาน้อย กินอาหารซ้ำซาก ทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดและเบาหวาน และการกินแต่เนื้อสัตว์ ลดข้าวจะทำให้มีโอกาสไขมันหน้าท้องสะสมมากที่สุด

อาหารที่แนะนำในแต่ละมื้อ

 

มื้อเช้า มื้อแรกของวัน จำเป็นต่อสมองเพิ่มพลังความคิด อาหารที่ควรรับประทานคือ

กล้วย(120cal/ลูก)

ต้มเลือดหมู (120cal/ถ้วย)

ไข่ต้ม (75cal/ฟอง)

โจ๊ก (230cal/ถ้วย)

ขนมปังโฮลวีต(65cal/แผ่น)

กาแฟดำ (55cal/แก้ว)

 

มื้อกลางวัน ชดเชยพลังงานที่เสียไป เติมความกระปรี้กระเปร่าในช่วงบ่าย

ราดหน้า (400cal/จาน)

ผัดผัก (210cal/จาน)

ยำต่างๆ (190cal/จาน)

สุกี้ (280cal/ชาม)

 

มื้อเย็น มื้อสุดท้าย เน้นอาหารที่เบาสบายท้อง ดีต่อเวลาพักผ่อน ทำให้หลับสนิท

แอปเปิ้ล (80cal/ผล)

นมถั่วเหลือง (220cal/แก้ว)

สลัด (220cal/จาน)

ปลาย่าง  (120cal/ตัว)

 

              การใส่ใจมืออาหารถือเป้นเรื่องสำคัญ ลองคิดดูสิว่า ถ้าร่างกายพงัแล้วจะหาเงินยังไง แต่ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ จะเอาเงินที่ไหนมาซื้ออะไรกินล่ะ?

 


ขอบคุณที่มาจาก:infographic.in.th

dd